1. บุคลากรในองค์กร เป็นความสามารถของคนหรือบุคลากรในองค์กร เน้นพนักงานเป็นสำคัญ เพราะแม้ว่าบริษัทหรือเป็นสำนักงานที่ดีที่สุด แต่ถ้าพนักงานไม่มีประสิทธิภาพในการทำงาน ก้ไม่สามารถบรรลุเป้าหมายได้ เพราะฉะนั้นต้องสร้างบุคลากรให้มีประสิทธิภาพ สร้างความรู้ความเข้าใจที่ดี
ตัวอย่างเช่น
ในการทำงานแผนกหนึ่งต้องมีพนักงานและหัวหน้างาน หัวหน้างานต้องสร้างความรู้ความสามารถให้กับพนักงาน เพื่อพนักงานสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
2. การจัดการในองค์กร เป็นการจัดหาความรู้ การสร้างความรู้ การจัดเก็บและการค้นคืนความรู้ การถ่ายทอดความรู้และการใช้ประโยชน์ การจัดหาความรู้ องค์กรจะต้องแสวงหาความรู้จากแหล่งต่างๆเพื่อเพิ่มความรู้ความสามารถให้กับบุคลากรและองค์กร การสร้างความรู้จะต้องมีการพัฒนาและสร้างความรู้สร้างสรรค์ขึ้นใหม่จากทักษะและความสัมพันธ์ของคนในองค์กร
ตัวอย่างเช่น
องค์กรหรือบริษัทต้องจัดหา สร้าง จัดเก็บ ถ่ายทอด และทำให้เกิดประโยชน์ ต่อพนักงานหรือบุคลากร ให้พัฒนาและสร้างสรรค์งานใหม่ๆขึ้น อย่างมีประสิทธิภาพ
3. พื้นฐานทงกายภาพและเทคโนโลยี มีการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเป็นเครื่องมือเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของความรู้ในองค์กร เป็นความรู้ที่เกิดประโยชน์ต่อบุคคล
ตัวอย่างเช่น
การใช้เครื่องมือและเทคโนโลยีนำมาพัฒนาในการทำงานจะเป็นประโยชน์ต่อพนักงานหรือบุคลากร เช่น สามารถลดการทำงานของพนักงาน ลดเวลาในการทำงาน ลดค่าใช้จ่าย เป็นต้น
4. ข้อมูลข่าวสารและความรู้ต่างๆ การจัดการความรู้ซึ่งใช้หลักการของการเชื่อมโยงข้อมูลจากแหล่งต่าง ๆ และความรู้ของบุคคลในองค์กรเพื่อใช้เป็นข้อมูลในการดำเนินงานและการตัดสินใจให้องค์กรอยู่รอดได้ในอนาคต
ตัวอย่างเช่น
การจัดประกาศในบริษัท การจัดบอดความรู้ เป็นต้น
ระดับความรู้และโครงสร้างการจัดการความรู้
วันอังคารที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2553
ระดับความรู้
1.know-what ความรู้ที่เป็นข้อเท็จจริง ซึ่งจะในตัวบุคคลแต่ละคน และจะมีความรู้ที่ไม่เท่ากัน ความร้ที่มีอยู่ในตัวได้จากการเรียนรู้
ตัวอย่างเช่น
นักศึกษาหรือนักเรียนที่เรียนจบใหม่ ได้นำความร้ที่ได้จากเรียนมา นำมาใช้ในการทำงานแล้วมักมีที่ปรึกษา เหมือนนักศึกษาฝึกงาน
2. know-how เป็นความรู้ที่มีอยู่นำมาเชื่อมโยงหรือประยุกต์ใช้ในการทำงานหรือในเชิงปฎิบัติ เกิดทักษะแประสบการณ์
ตัวอย่างเช่น
บุคคลที่ทำงานแล้วนำเอาความรู้ที่มีอยู่ในสมองหรือในตังเองนำมาประยุกต์หรือปรับปรุงใช้ในการทำงานหรือในการปฎิบัติ
3. know-why เป็นความรู้ที่ใช้เหตุผลมาอธิบายได้ ซึ่งความรู้นั้นสามารถนำมาแก้ปัญหา และสามารถรับหรือแลกเปลี่ยนกับผู้อื่น ถ่ายทอดไปยังผู้อื่นได้อีกด้วย และรับเอาความรู้ที่ได้รับจากผู้อื่นมาปรับใช้การทำงานเราได้อีกด้วย
ตัวอย่างเช่น
การทำงานมักมักมีบุคคลทำงานมากกว่า 3 คนขึ้นไปมักเรียกว่า องค์กร หรือทำงานเป็นคณะ แต่ละคนจะมีความรู้ที่ไม่เท่ากัน ในระดับความรู้ชั้นนี้เป็นระดับที่ต้องใช้เหตุมาอธิบายในการทำงานหรืองานนั้นๆ เช่น อาจารย์สอนนักเรียนหรือนักศึกษา หัวหน้างาน เป็นต้น
4.care-why เป็นความรู้ที่เป็นความเชื่อ ความคิดริเริ่ม สร้างสรรค์ซึ่งมีอยู่ในตนเอง
ตัวอย่างเช่น
นักออกแบบ ต้องการจะสร้างตึกหรืออาคารมาหนึ่งแห่งในตัวเมืองชลบุรี เป็นที่พักให้กับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ และนักท่องเที่ยวคนไทยที่ต้องการมาพัก ซึ่งออกแบบอาคารและจัดสวนสถานที่ที่มีความเชื่อเข้าประยุกต์ เช่นสถานที่ตั้ง สร้างหรือตั้งทับสถานที่ศักดิ์สิทธิหรือไม่ สร้างประตูทางเข้าไปทิศใดถึงจะดี มีนักท่องเข้ามาใช้บริการมาก เป็นต้น
ตัวอย่างเช่น
นักศึกษาหรือนักเรียนที่เรียนจบใหม่ ได้นำความร้ที่ได้จากเรียนมา นำมาใช้ในการทำงานแล้วมักมีที่ปรึกษา เหมือนนักศึกษาฝึกงาน
2. know-how เป็นความรู้ที่มีอยู่นำมาเชื่อมโยงหรือประยุกต์ใช้ในการทำงานหรือในเชิงปฎิบัติ เกิดทักษะแประสบการณ์
ตัวอย่างเช่น
บุคคลที่ทำงานแล้วนำเอาความรู้ที่มีอยู่ในสมองหรือในตังเองนำมาประยุกต์หรือปรับปรุงใช้ในการทำงานหรือในการปฎิบัติ
3. know-why เป็นความรู้ที่ใช้เหตุผลมาอธิบายได้ ซึ่งความรู้นั้นสามารถนำมาแก้ปัญหา และสามารถรับหรือแลกเปลี่ยนกับผู้อื่น ถ่ายทอดไปยังผู้อื่นได้อีกด้วย และรับเอาความรู้ที่ได้รับจากผู้อื่นมาปรับใช้การทำงานเราได้อีกด้วย
ตัวอย่างเช่น
การทำงานมักมักมีบุคคลทำงานมากกว่า 3 คนขึ้นไปมักเรียกว่า องค์กร หรือทำงานเป็นคณะ แต่ละคนจะมีความรู้ที่ไม่เท่ากัน ในระดับความรู้ชั้นนี้เป็นระดับที่ต้องใช้เหตุมาอธิบายในการทำงานหรืองานนั้นๆ เช่น อาจารย์สอนนักเรียนหรือนักศึกษา หัวหน้างาน เป็นต้น
4.care-why เป็นความรู้ที่เป็นความเชื่อ ความคิดริเริ่ม สร้างสรรค์ซึ่งมีอยู่ในตนเอง
ตัวอย่างเช่น
นักออกแบบ ต้องการจะสร้างตึกหรืออาคารมาหนึ่งแห่งในตัวเมืองชลบุรี เป็นที่พักให้กับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ และนักท่องเที่ยวคนไทยที่ต้องการมาพัก ซึ่งออกแบบอาคารและจัดสวนสถานที่ที่มีความเชื่อเข้าประยุกต์ เช่นสถานที่ตั้ง สร้างหรือตั้งทับสถานที่ศักดิ์สิทธิหรือไม่ สร้างประตูทางเข้าไปทิศใดถึงจะดี มีนักท่องเข้ามาใช้บริการมาก เป็นต้น
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)